โปรดทราบ
ชิ้นข่าวที่คุณกำลังดูอยู่ในรูปแบบเวบไซต์เก่า อาจจะมีปัญหาในการแสดงข้อมูลในเวอร์ชันบราวเซอร์บางเวอร์ชัน

ปิด

A15 ครูเซเดอร์

ข่าว
ในภาษาอื่น: en

Crusader MK VI หรือ A15 Crusader เป็นรถถัง Cruiser จากฝั่งอังกฤษ รถถังรุ่นนี้มีการพัฒนาควบคู่กับ Mk.V Covenanter ตั้งแต่ปี 1940 เป็นหนึ่งในรถถัง Cruiser หลักของอังกฤษในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นต้นแบบของการเพิ่มเกราะป้องกันให้กับยานพาหนะที่ใช้สำหรับกองกำลังอังกฤษในแอฟริกาเหนือ รถถังออกแบบมารองรับความต้องการของผู้พัฒนาสำหรับรถถัง Cruiser ขนาดใหญ่ เพื่อให้ความช่วยเหลือรถถัง A13 Cruiser

ซีรี่ย์ครูเซเดอร์นั้น เริ่มต้นที่ MKVI/I และ II, ติดตั้งอาวุธขนาด 40mm รถถัง Crusader II ได้เพิ่มเกราะป้องกัน และการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งพอมาถึงรุ่นที่ 3 จะติดตั้งปืน 57 mm แทน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอาวุธหนักที่ติดตั้งบนรถถังของอังกฤษ ที่ใช้งานในประเทศแอฟริกา เริ่มเห็นรถถังนี้ครั้งแรกตอนสงคราม Battleaxe ร่วมกับกองกำลังทหารติดอาวุธที่ 7 ของหน่วยรถถังหุ้มเกราะที่ 7 กองกำลังรถถังได้รับการขนส่งโดยเรือ และส่งไปที่อียิปต์ จากอังกฤษ โดยคำสั่งของ เชอร์ชิลล์

ความพิเศษของกองกำลังรถถังจากอังกฤษคือ เคลื่อนย้ายง่าย และปืนใหญ่หลัก QF 6 pounder ซึ่งเข้ากันได้มากกว่า รถถัง Panzer III และ Panzer IV รุ่นก่อน ที่เผชิญหน้ากันในการต่อสู้ เป็นที่รู้จักกันในนาม “หนูทะเลทราย” เรียกชื่อตามเครื่องหมาย กองกำลังต่างพูดว่า “ฝุ่นผงหมายถึงความตาย” เมื่อฝุ่นฟุ้งขึ้นมาในทะเลทราย ทำให้เหล่าผู้ตรวจการของฝ่ายตรงข้ามเห็นถึงกองกำลังศัตรูที่กำลังมา ซึ่งต้องเตรียมกองกำลังให้พร้อม

ข้อมูลดั้งเดิมของ รถถังครูเซเดอร์ แสดงให้เห็นว่า รถถังต้องมีเกราะด้านหน้าขนาด 40 mm และขนาด 30 mm ในส่วนอื่นๆ และต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 18 ตัน เพื่อรักษาพื้นฐานเอาไว้ มันถูกตัดสินมาให้ Crusader และ Convenanter สามารถแชร์ส่วนประกอปได้มากเท่าที่จะมากได้

ตัวต้นแบบของรถถังครูเซเดอร์ เริ่มมีการใช้งานในเดือนเมษายนปี 1940 ซึ่งค้นพบข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงหนึ่งในนั้นคือ หัวของคนขับจะถูกตัดโดยส่วนท้ายของปืนใหญ่ หรือถูกกระแทกโดยปืนในระหว่างการหมุนของป้อม และส่วนหัวจะถูกเปิดออกมาให้เห็นเหนือห้องโดยสาร อีกเรื่องที่ได้รับการรายงานคือ ผลกระทบจากการที่รถถังเคลื่อนตัวผ่านพื้นผิวที่ขรุขระต่างๆ จะทำให้พลขับได้รับบาดเจ็บ ภายในห้องเครื่องไม่มีความเย็น และความน่าเชื่อถือในการต่อสู้ต่ำ จากนั้นใน เดือนกันยายนปี 1940 มีการปรับปรุงที่นั่งของคนขับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถใช้งานได้อยู่ดี

หลังจากนั้น รถถังได้รับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความร้อนที่เกินขีดจำกัด เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงของทะเลทราย ความหนา และความยาวของตัวถังซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อต้องการเปลี่ยนที่ตั้งของปืนใหญ่ และจำนวนของล้อที่ได้รับการเพิ่มมาเป็นข้างละ 5 ล้อ Crusader ได้รับการผลิตตั้งแต่ปี 1943 ถึง 1942, การขาดกำลังทางการรบ และสภาพของรถถัง Tiger I ซึ่งเป็นกองกำลังของตำรวจแอฟริกาสาเหตุของการเลิกออกแบบรถถังกลาง Sherman ที่สนับสนุนจากอเมริกา

 

Due to the grave situation at that time, every vehicle was required and so the Crusader tank was pushed into production. In November 1940, the first Mk I version of the tank was completed. In December 1940, the production model underwent firing and stowage trials at Lulworth and these trials found the vehicle to be most unsatisfactory.

กล่าวถึงเรื่องสถานการ์ณที่ร้ายแรงในตอนนั้น ยานพาหนะทุกๆ คันมีความจำเป็นอย่างมาก ทำให้มีการผลักดันเพื่อผลิตรถถังครูเซอเดอร์ ในเดือน พ.ย. 1940 รถถัง MK I รุ่นแรกเสร็จสมบูรณ์ จากยนั้นใน ธ.ค. 1940 การผลิตได้เริ่มขึ้น และทดลองจัดเก็บที่เมือง Lulworth ซึ่งที่นี่เราพบยานพาหนะจำนวนมากที่น่าผิดหวัง

  • ไม่มีความพยายามที่จะรวมอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติมที่สามารถพบส่วนประกอบสำคัญจากหน่วยที่อยู่ในฝรั่งเศส
  • ปืนใหญ่สนับสนุนนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าที่คนจะเข้าไปบังคับได้ อีกทั้งยังไม่มีห้องสำหรับการบัญชาปืนอีกด้วย
  • เมื่อปืนใหญ่สำรองได้เปิดขึ้นมา จะทำให้ปืนหลักนั้นไม่สามารถวางตัดขวางได้
  • ไม่มีช่องในการมอง สำหรับป้อมปืนเสริม
  • การมองเห็นของพลขับถูกจำกัด
  • การทดลองปล่อยแก็สรมควัน พบว่าพลปืนเสริมจะอยู่ได้เพียง 10 นาที ส่วนพลทหารที่เหลือจะมีผลในเวลาประมาณ 30 นาที

รถถัง MK II Crusader เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาเกราะจากรุ่น MK I โดยเกราะด้านหน้าได้รับการเพิ่มเป็น 10mm และ หลังคาเป็น 3mm ป้อมปืนสำรองได้รับการติดตั้งทั้ง 2 รุ่น แต่ด้วยปัญหาบางประการที่พบในระหว่างทดสอบ ใน MK I บางรุ่นและ MK II ส่วนใหญ่ ไม่มีป้อมปืน หลังจาก 1941 ได้มีการเพิ่มความสามารถของปืน Crusader และด้วยเหตุนี้จึงมีการสร้างปืน 6pdr ขึ้นมา ซึ่งปืน 6pdr ส่วนใหญ่ได้รับการผลิตในปี 1941 ในรูปแบบของรถถัง แต่สามารถติดตั้งบน Anti-Tank ได้ สำหรับเวอร์ชั่น Nuffield ได้ติดตั้งป้อมปืน 6pdr และทดสอบใน ตุลาคม 1941 ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นรุ่นที่ได้คิดไว้ แต่ก็ได้รับการอนุมัติ การผลิตได้เริ่มในธันวาคม และ รถถัง Crusader MKIII รุ่นแรกได้รับการผลิตใน พ.ค. 1942

2pdr ติดตั้งปืนครกขนาด 3 นิ้ว สามารถยิงได้ทั้งลูกระเบิด HE และ ระเบิดควัน ได้ถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์สนับสนุนระยะใกล้รุ่นเฉพาะของ Crusader ด้วยปืนครก 3 นิ้ว ออกแบบเป็นพิเศษด้วยขนาดการติดตั้งที่เท่ากับ 2pdr พอดี ดังนั้น การที่จะติดตั้งใน Crusader จึงไม่ใช่ปัญหา ปัญหาหลักคือการติดตั้งกระสุน ด้วยขนาดถึง 3 นิ้วจึงต้องลดจาก 130 นัด เป็น 63 นัด

The Crusader tank’s armour arrangement was complex with composite, spaced, cast and single plate armour. Generally, the armour was composed of a quality plate with a carbon manganese steel backing plate. This combination offered slightly less ballistic resistance compared with a single plate. However, on non-penetrating rounds, the backing plate stopped fragments from entering the vehicle. In 1942, 14mm quality plates were added to the front of the Crusader to improve protection. There were hopes of adding on another 6mm to this 14mm but the suspension was not able to handle this additional weight.

The Crusader tank performed well against the Italian tanks but was largely inferior to the German vehicles of the time which were better armed and had slightly thicker armour. Reliability was a major problem throughout and this was not largely solved until 1942. The 6pdr gun improvement was greatly welcomed by crew members who at last could deal with any German tank of that period in range fights. By the end of 1942, the Crusader tank had been declared obsolete and was replaced by Shermans.

เกราะของ Crusader เป็นการนำชิ้นส่วนเล็กๆ มาประกอบรวมกัน, spaced, cast และ เกราะ plate แบบเดี่ยว โดยทั่วไปเกราะนั้นต้องถูกสร้างจาก Plate ที่มีคุณภาพด้วย “carbon manganese steel backing plate” ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้จะมีแรงต้านที่น้อยกว่า Plate แบบเดี่ยวๆ อย่างไรก็ตามในการยิงแบบไม่เจาะเกราะ Backing Plate สามารถหยุดกระสุนที่จะเข้ามาภายในตัวถังได้ ในปี 1942 Plate คุณภาพดีขนาด 14mm ได้ถูกเพิ่มเข้าไปที่ส่วนหน้าของ Crusader เพื่อเพิ่มความสามารถในการป้องกัน และมีความหวังที่จะเพิ่มไปอีก 6mm แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากข้อจำกัดในการรองรับน้ำหนักที่เพิ่มมา

รถถัง Crusader มีประสิทธิภาพที่ดีเมื่อเผชิญกับรถถังจากอิตาลี แต่กลับด้อยกว่าเป็นอย่างมากเมื่อเผชิญกับรถถังจากเยอรมัน ที่มีตั้งเกราะที่ดีกว่า และความหนาของเกราะที่มากกว่า ความน่าเชื่อถือเป็นปัญหาเรื่องหลัก และยังไม่ได้รับการแก้ไขใน 1942 ปืน 6pdr ที่ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก ได้รับการตอบรับโดยสมาชิกที่จะต้องจ่อสู้กับรถถังเยอรมันเป็นอย่างดี ด้วยเรื่องของระยะในการต่อสู้ เมื่อสิ้นสุดปี 1942 Crusader Tanks ได้รับการประกาศให้ล้าสมัย และถูกแทนที่ด้วย Shermans

 

อ้างอิงข้อมูลจาก wwiiequipment.com

ภาพรถถัง renders

ปิด